< บุคคลสำคัญ
งานบุญสองศาสนา


ศิลปะการแสดง

หนังตะลุง
โนรา
ลิเกป่า

งานช่างฝีมือพื้นบ้าน

นายปลื้ม ชูคง
นายกิตติทัศน์ ศรวงศ์

ผู้มีผลงานดีเด่น

ขุนอุปถัมภ์นรากร
นายอิ่ม จันทร์ชุม
นายพ่วง บุษรารัตน์
นางบุญ มหาสุวรรณ

บุคคลสำคัญ

พระำพรหมมังคลาจารย
พระยาทุกขราษฏร์
 


 

 

 

 

 

 

 

พระยาทุกขราษฎร์ (ช่วย)

ประวัติพระยาทุกขราษฎร์ (ช่วย)

...............พระยาทุกขราษฎร์  เดิมชื่อ  ช่วย  เป็นบุตรคนที่  ๒  ในจำนวนบุตร  ๓  คน  ของขุนศรีสัจจัง  เกิดที่บ้านน้ำเลือด  ตำบลท่ามิหรำ  อำเภอเมืองพัทลุง  จังหวัดพัทลุง  สำหรับวัน  เดือน  ปี  เกิดนั้น  ไม่ปรากฏหลักฐานประการใด  แต่สันนิษฐานว่าคงเกิดในราวพุทธศักราช  ๒๒๘๒  สมัยกรุงศรีอยุธยา
ตอนปลาย 

...............เมื่อพระยาทุกขราษฎร์อายุได้  ๑๓  ปี  บิดา  มารดา  ได้นำพระยาทุกขราษฎร์ไปฝากเรียนหนังสือ
กับท่านสมภารวัดควนปรง  ซึ่งเป็นวัดใกล้บ้าน  ด้วยนิสัยรักการศึกษาค้นคว้าหาความรู้มาแต่เด็ก  จึงได้บรรพชาในปีนั้น  และเข้าศึกษาภาษาไทยขั้นอ่านเขียน  และพระธรรมวินัยตามแบบฉบับค่านิยม 

...............เมื่ออายุครบ  ๒๐  ปี  พระยาทุกขราษฎร์ได้อุปสมบทที่วัดเขาอ้อ  ตำบลมะกอกเหนือ
  อำเภอควนขนุน  ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงด้านไสยศาสตร์  จนเป็นที่นิยมของชาวเมืองต่างๆ  มีการส่งบุตรหลานเข้าเรียนที่วัดเขาอ้อเป็นประจำ  และเชื่อกันว่าพระยาทุกขราษฎร์หรือพระมหาช่วยได้ศึกษาด้านไสยศาสตร์กับพระอาจารย์จอมทอง
ที่วัดเขาอ้อแห่งนี้ 

...............ความสามารถของพระยาทุกขราษฎร์ปรากฏตั้งแต่ครั้งเมื่อเป็นสามเณร  โดยมีการเล่าสืบ
ต่อกันมาว่า  สามเณรช่วยสามารถสอบบาลีผ่านได้เป็น  “พระมหา”  ตั้งแต่เป็นสามเณร  ซึ่งหาได้ไม่ง่ายนักตามหัวเมือง  ในขณะที่จำพรรษาที่วัดเขาอ้อพระยาทุกขราษฎร์ได้ศึกษาวิชาไสยศาสตร์อย่างจริงจัง  สามารถปฏิบัติได้อย่างชัดเจน  จนเป็นที่ยอมรับของพระอาจารย์และบรรดาศิษย์ร่วมสำนักเดียวกัน
...............เมื่อประมาณปีพุทธศักราช  ๒๓๑๕  เมืองพัทลุงย้ายที่ตั้งเมืองจากเขาชัยบุรี  ไปตั้งเมืองใหม่
ที่บ้านโคกลุง
  ตำบลลำปำ  อำเภอเมืองพัทลุง  ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระยาพัทลุงหรือขุนคางเหล็กเป็นเจ้าเมือง  ซึ่งในช่วงนั้นพระมหาช่วยได้รับนิมนต์มาเป็นสมภารที่วัดป่าลิไลย์  ประมาณว่าท่านอายุได้  ๓๓  ปี
  และวัดนี้เป็นสำนัก
สอนภาษาบาลี  บรรดาลูกศิษย์ที่เคารพนับถือด้านไสยศาสตร์ต่างพากันมาฝากเนื้อฝากตัวมากมาย  จนปรากฏชื่อแพร่หลายควบคู่ทั้งภาษาบาลีและไสยศาสตร์  ความสัมพันธ์ด้านส่วนตัวของเจ้าเมืองพัทลุงกับพระมหาช่วย  สนิมสนมมากขึ้นเพราะเป็นวัดใกล้จวน
เจ้าเมือง

..............พระยาทุกขราษฎร์เป็นพระอธิการอยู่ที่วัดป่าลิไลย์  ตำบลลำปำ  จนกระทั่งถึงคราวสงคราม
ไทยรบพม่า  และพม่าประสงค์จะมาตีเมืองพัทลุง  พระมหาช่วยจึงชักชวนชาวเมืองพัทลุงให้ลุกขึ้นต่อสู้ข้าศึกเพื่อรักษาเมืองพัทลุงเอาไว้  ซึ่งสามารถรวบรวมราษฎรได้ประมาณ  ๑,๐๐๐  เศษ  แล้วเชิญพระมหาช่วยยกเป็นกระบวนทัพ
เข้าล้อมพม่าเอาไว้  เมื่อเสร็จศึกสงครามแล้ว  พระยาพัทลุงหรือขุนคางเหล็กได้กราบทูลความดีความชอบในวีรกรรมของพระมหาช่วยต่อสมเด็จกรม
พระราชวัง
บวรมหาสุรสิงหนาท  เมื่อทราบความแล้วจึงให้พระมหาช่วยสึกออกจากบรรพชิต  โปรดเกล้าฯให้เป็นพระยาทุกขราษฎร์  ผู้ช่วยราชการเมืองพัทลุง  ด้วยคุณงามความดีนานับประการของพระยาทุกขราษฎร์  จังหวัดพัทลุงจึงร่วมกับส่วนราชการและองค์กรต่างๆ  ทั้งภาครัฐและเอกชน  รวมถึงประชาชนโดยทั่วไป  ได้พร้อมใจกันจัดสร้างอนุสาวรีย์พระยาทุกขราษฎร์  ซึ่งประดิษฐานอยู่  ณ  สามแยกบ้านท่ามิหรำในเขตเทศบาลเมืองพัทลุง  โดยเป็นประติมากรรมลอยตัวทองเหลืองรมดำขนาดเท่าครึ่ง  ดำเนินการวางศิลาฤกษ์  เมื่อวันที่  ๑๖  สิงหาคม
  พุทธศักราช  ๒๕๓๖  โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี  และเมื่อถึงวันอนุรักษ์มรดกไทย 
ในวันที่  ๒  เมษายน  ของทุกปี  ชาวพัทลุงต่างร่วมแรงร่วมใจกันจัดพิธีสักการะพระยาทุกขราษฎร์ (ช่วย)  ณ  บริเวณอนุสาวรีย์  โดยจัดกิจกรรมการวางพวงมาลาสักการะพระยาทุกขราษฎร์จากหน่วยงานต่างๆ  การกล่าวสดุดีพระยาทุกขราษฎร์  และการแสดงรำมโนราห์เพื่อสักการะพระยาทุกขราษฎร์  โดยถือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน